ฟรี
  • ศูนย์การเรียนรู้ตำบลภูคา
    ม.7 ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน 55120

  • ศูนย์การเรียนรู้ตำบลภูคา
    ม.7 ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน 55120

สภาพทั่วไป

ชุมชนตำบลภูคาส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าลั๊วะ  ประชากรในตำบลภูคา ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตรเพื่อยังชีพ   โดยจะปลูกข้าวไร่( ข้าวเหนียว) เป็นหลักเพื่อเป็นการบริโภคในครัวเรือน และเก็บเมล็ดพันธุ์ ไว้ทำพันธุ์ ในปีต่อไปนอกจากนี้ตำบลภูคา  ยังมีพืชท้องถิ่นคือมะแขว่น(มะแข่น) ซึ่งนิยมปลูกกัน
 
สภาพภูมิศาสตร์
สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มียอดดอยภูคา เป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติดอยภูคามีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,980 เมตรอันเป็นสัญลักษณ์ภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดน่าน โดยทั่วไปเป็นภูเขาหินทรายเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารชั้น 1 อันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำลำธารหลายสาย เช่นแม่น้ำน่าน แม่น้ำว้า เป็นต้น
 
ลักษณะภูมิอากาศ
ตำบลภูคา มีสภาพภูมิอากาศ แบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล คือ
          ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม มีฝนตกชุก
          ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ในเดือนธันวาคม - มกราคม จะมีอากาศหนาวจัด เฉลี่ยประมาณ 10 องศาเซลเซียส
          ฤดูร้อน  ระหว่างเดือนมีนาคม - เมษายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 30 องศา
 
สภาพเศรษฐกิจและสังคม
                   ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ข้าว ,ข้าวโพด,ปอสา,ทำสวนเมี่ยง,มะแขว่น และอาชีพรับจ้าง
 
สถานศึกษา
ภายในตำบลภูคา มีสถานที่ให้บริการทางด้านการศึกษาแก่ประชาชน  ทั้งการศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบโรงเรียน ดังนี้
                1. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวน 1 ศูนย์คือศูนย์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเต๋ยกิ่วเห็น หมู่ที่ 7 ตำบลภูคา อำเภอปัวจังหวัดน่าน เป็นศูนย์พัฒนาเด็กที่องค์การบริหารส่วนตำบลภูคาจัดตั้งขึ้น (ตามประกาศอบต. เรื่อง การจัด ศพด.บ้านเต๋ยกิ่วเห็น ลว. 7 ม.ค. 50)  เดิมเป็นสถานีอนามัยตำบลภูคา     (หลังเก่า) ต่อมาองค์การบริหารส่วนตำบลภูคาได้จัดสรรงบประมาณประจำปี 2549 ทำการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคาร สถานที่ และภูมิทัศน์ตามโครงการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ขององค์การบริหารส่วน  ตำบลภูคาและได้เปิดทำการเรียนการสอน เมื่อวันที่ 3  มกราคม 2550
                2. โรงเรียนประถมศึกษา  จำนวน 7 แห่งได้แก่
  • โรงเรียนภูคาวิทยาคม
  • โรงเรียนพนาสวรรค์
  • โรงเรียนบ้างปางยาง
  • โรงเรียนบ้านผาเวียง
  • โรงเรียนประชาสรรค์
  • โรงเรียนบ้านน้ำปัวพัฒนา
  • โรงเรียนบ้านกอก จูน
 
3. ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวงในเขตตำบลภูคา สังกัดศูนย์บริการ
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอปัว จังหวัดน่าน จำนวน 10 ศูนย์ ได้แก่
  • ศศช.บ้านขุนกูน
  • ศศช.บ้านน้ำขว้าง
  • ศศช.บ้านแจรงหลวง
  • ศศช.บ้านตาน้อย
  • ศศช.บ้านแจลง
  • ศศช.บ้านน้ำย้อ-ขุนดิน
  • ศศช.บ้านกอกน้อย
  • ศศช.บ้านจูน
  • ศศช.บ้านน้ำปัวพัฒนา
  • ศศช.บ้านน้ำดั้น
4. กศน.ตำบลภูคา (ศูนย์การเรียนชุมชน) สังกัดศูนย์บริการการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอปัว จังหวัดน่าน จำนวน 1 แห่ง  ตั้งอยู่ที่ บ้านเต๋ยกิ่วเห็น หมู่ที่ 7  ตำบลภูคา  อำเภอปัว จังหวัดน่าน
 
 
การคมนาคม
           การเดินทางใช้เส้นทางสายหลัก คือทางหลวงหมายเลข 1256 (เส้นทางสายอำเภอปัว - อำเภอบ่อเกลือ) สภาพเส้นทาง เป็นถนนลาดยางระยะทางโดยส่วนใหญ่ จะโค้งลาดชัน และมีเส้นทางลำลอง 5 เส้นทางซึ่งมีลักษณะเป็นถนนดินธรรมดาและดินลูกรังเป็นบางช่วงดังนี้
  1. เส้นทางระหว่างบ้านนาคำ   ตำบลศิลาเพชร – บ้านขุนกูน ระยะทาง 9.5 กิโลเมตร
  2. เส้นทางระหว่างบ้านดอนไชย ตำบลศิลาแลง – บ้านผาเวียง ระยะทาง 9.5 กิโลเมตร
  3. เส้นทางระหว่างบ้านส้านเหล่า  ตำบลสถาน – บ้านห้วยปูด ระยะทาง 9 กิโลเมตร
  4. เส้นทางระหว่างบ้านสกาดเหนือ  ตำบลสกาด – บ้านกอกน้อย ระยะทาง 15 กิโลเมตร
  5. เส้นทางระหว่างบ้านเต๋ยห้วยงอน – บ้านแจรงหลวง ระยะทาง 7.8 กิโลเมตร
 
แหล่งน้ำธรรมชาติ
                   1.   แหล่งน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้แก่ ลำน้ำ,ลำห้วย 4 สาย คือ
                             - ลำน้ำปัว                           -  ลำน้ำขว้าง
                             - ลำน้ำกูน                           - ลำน้ำย่าง
2.  แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น จำนวน  24   แห่ง เป็นระบบประปาภูเขา
 
จุดเด่นของตำบล
-  มีสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
-  มีพื้นที่ที่เอื้ออำนวยต่อการปลูกไม้เมืองหนาว
-  มีพืชเศรษฐกิจพื้นบ้าน คือ มะแขว่น,ดอกก๋ง,ปอสา,เมี่ยง
-  มีพืชเศรษฐกิจบางชนิดที่ปลูกได้ในพื้นที่สูง คือ ท้อ,กาแฟ,ไม้ดอก
 
การปกครอง
ตำบลภูคาแบ่งการปกครองออกเป็นหมู่บ้านจำนวน 14 หมู่บ้าน อยู่ในเขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลภูคาโดยมี นายลักษ์ อินปา ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูคา ลักษณะโครงสร้างประชากรโดยทั่วไป เป็นครอบครัวเดี่ยวมากกว่าครอบครัวขยาย มีความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย 17คน / ตารางกิโลเมตร